จากที่มีคำถามเรื่องทำสีเปลือกตาค่ะ
benz said,
ช่วยเเนะนำสีที่ใช้ทาตรงเปลือกตาหน่อยค่ะ เราลองใช้สี acrylicเเบบผสมเอง ทาเเล้วมันไม่เรียบเลยอ่ะค่ะ ส่วนสีที่เป็นเเท่งๆๆใช้ทาเเล้วเอาฟองน้ำเกลี่ยๆสีมันก็ไม่เสมอกัน เซ็งมากเลยอยากทำเองเเต่ยากจัง
พอตอบไปตอบมา ก็เลยชักจะยาว -0- เลยว่า แยกออกมาเป็นอีก Entry นึง เผื่อใครจะกลับมาอ่านวันหลังได้หาง่ายๆ้ด้วยนะคะ
เข้าเรื่องกันเลย แบบตรงประเด็นมาก โฮะๆ ตรงเปลือกตา ถ้าจะทาให้เนี๊ยบ ถอดตาออกมาก่อนจะทาได้ง่ายค่ะ ส่วนในเรื่องสี มีหลายเทคนิคให้เลือกใช้ ที่เราเคยลองก็มี…

1. สี Acrylic — ใช้ในกรณีต้องการเปลือกตาสีเข้มๆชัดๆ หรือผสมสีตามต้องการ ถ้าใช้สี acrylic แบบผสมทินเนอร์ สำหรับเรามันจะเกลี่ยยากอะค่ะ แนะนำให้พ่น Air Brush เอาจะเนียนกว่าทามือ ถ้าจะทาด้วยมือ โดยมากเราใช้สี acrylic แบบ water base ละลายน้ำอะค่ะ ข้อดีคือเกลี่ยง่าย ข้อเสียคือมันจะไม่มัน เราก็ใช้วิธีพ่นเคลียร์แบบ glossy ทับเอา (ตัวอย่างในภาพนั่นคือ ลงสี Acrylic แล้วแต่ยังไม่ได้พ่นเคลียร์มันทับนะคะ) นอกจากนี้จะใช้สี Acrylic เพ้นต่อมาตรงขอบตา ก็ยังได้ค่ะ เหมือนตรงสีดำที่เราเขียนให้ตัวนี้ก็ใช้ Acrylic ผสมน้ำธรรมดาเขียนเอาค่ะ วิธีเขียนก็.. สำหรับเราแล้ว ง่ายสุดคือไม่ต้องมีการ Masking ใดๆ สำหรับเรา ยิ่ง Mask ยิ่งเลอะ -0- เขียนมือเอาสดๆนี่ล่ะ พอดีเรามีอลิศสมมาตร* (มันคืออะไร?อิอิ อันนี้ต้องลองอ่าน “วัยซน คนมีพลังจิต” หรือ Gakuen Alice ดูนะคะ ถึงจะเก็ทมุข คริๆ แต่ถ้าไม่อ่าน และไม่เก็ทถือซะว่าลมพัดผ่านไปค่ะ โฮะๆๆๆ ไม่มีอะไรที่จะช่วยในการเพ้นหน้าน้องแต่อย่างใด) แต่ถ้าจะพ่นแอร์บรัช Mask ซะก็จะเนี๊ยบค่ะ ยกเว้นว่าอยากได้เทคนิคเบลอๆ

อย่างที่บอกไป ข้อดีของสี Acrylic คือเราผสมสีเอาได้ตามชอบ เอาไว้สำหรับเวลาที่อยากได้สีตาม concept แล้วหาซื้อที่ตรงเป๊ะไม่ได้อะค่ะ

เวลาลืมตาแล้ว จะเห็นขอบสีนิดนึง เหมือนเป็นขอบตาสีนั้นๆ แต่ขนาดเห็นนิดๆก็ยังเห็นชัดค่ะ สีของชีแบบว่า แร๊งงงงง!!!

2. ยาทาเล็บ *0* — ใช้ได้เหมือนกันนะคะ อิอิ ในกรณีที่ต้องการสีที่มีเทคนิคพิเศษ (สีมันก็ออกมาเหมือนเล็บที่เราทาอะค่ะ) แต่ต้องทาบางๆนะคะตอนทาเสร็จแรกๆมันจะดูเหมือนไม่ค่อยเรียบ แต่พอทิ้งให้สีแห้งไว้ซัก 2 วัน มันจะเนียนทั่วกันดีค่ะ ได้ effect สีมุขแว๊บๆดีด้วยค่ะ สำคัญว่า ต้องทิ้งไว้ซัก 1-2 วันเลยนะคะ เอาให้ชัวร์ว่าแห้งสนิทจริงๆ ถ้ายังไม่แห้งแล้วเอาไปประกอบกลับ มันจะเหนียวหนืดติดทุกชิ้นแบบทรมานรันทดมากค่ะ อิอิ แล้วอย่าทาหนาไปค่ะ หนาไปตาจะไม่หมุน (โทดทีนะคะ รูปถ่ายมาไม่ค่อยชัดตรงเปลือกตา)

ลืมตามาแล้วจะเห็นขอบตาแพลมๆมาเช่นกัน

ภาพนี้จะเห็นชัดหน่อยค่ะ ว่าเปลือกตาที่ทาด้วยยาทาเล็บ ทาแล้วจะเห็น Effect เงาๆ มุขๆ

มองไกลๆก็จะเห็นขอบตาเหลือบๆนิดนึง ^^

3. สี Pastel — อันนี้ใช้แล้ว เวลาหลับตา จะเห็นสีชัด แต่เวลาลืมตา จะมองไม่ค่อยเห็นเหมือน 2 วิธีแรก คือสีมันจางอะค่ะ สีพาสเทลก็คือ สีฝุ่นแบบแท่ง (ย้อนกลับไปอ่านวิธีหาซื้อ และวิธีใช้แบบคร่าวๆ ได้ที่นี่ค่ะ) อันนี้ก่อนทา ต้องขัดผิวเปลือกตาให้ด้านก่อนนะคะ เทคนิคก็เหมือนเวลาขัดหน้าเลยค่ะ ส่วนวิธีลงสีพาสเทลนี้ให้เนี๊ยบๆก็คือ เอากระดาษขาวๆมา 1 แผ่น ใช้คัตเตอร์ขูดๆสีจากแท่งให้เป็นผงๆค่ะ เวลาจะผสมสี เราก็ขูดเหลายๆสีผสมกันได้ค่ะ บางคนเค้าจะเหยาะแป้งเด็ก ลงไปนิดนึง ให้สีลื่น เกลี่ยง่าย (เป็นเทคนิคเวลาทำงานสีพาสเทลในพื้นที่ขนาดใหญ่ๆ ข้อเสียคือทำให้สีมันจืดลงเพราะมีแป้งผสม) เสร็จแล้วก็ใช้สำลีก้อนกลมๆจิ้มสีที่ต้องการ แล้วก็แต้มๆเอาบนเปลือกตาที่ขัดไว้แล้วค่ะ แต้มเสร็จ ระวังอย่าไปจับโดนนะคะ สีมันจะหลุดติดออกมาง่ายมาก เพราะมันเป็นฝุ่นๆ พอเราพอใจแล้ว ก็เอาเปลือกตาไปวางบนกระดาษขาวๆใหญ่ๆ แล้วพ่นเคลียร์ทับค่ะ (เวลาเพ้นภาพก็ต้องพ่นทับเหมือนกันนะคะ แต่ใช้เคลียร์คนละแบบกับที่พ่นหน้าตุ๊กตา) ตัวอย่างจากภาพนี่ เราพ่นแบบด้านค่ะ

อันนี้ลองเพ้นแบบ 2 สี เหลืองข้าง ส้มข้างนึง อิอิ

ลืมตามา มองแทบไม่เห็นเลยค่ะ แต่น้อง Marmalade จังคนนี้ เราใช้ขนตาสีม่วง ช่วยดึงให้หน้าตาดู Soft ลงไปอีก ชีเลยดูกระแดะอย่างเป็นธรรมชาตินี่ละค่ะ
แค่เปลือกตาอย่างเดียว สามารถร่ายได้ยาวมากมาย เรานี่ช่างแถได้ยาวดีแหะ โฮะๆๆๆๆ เอาเข้าจริงๆแล้ว มันอยู่ที่ชอบอะค่ะ ไม่มีกฎเกณฑือะไรตายตัว ลองไปเรื่อยๆ ไม่ชอบอย่างมากก็ ลบ! ทำใหม่ แต่จะลบเนี่ย อยากแนะนำเพิ่มเติมไว้นิดนึงค่ะ ว่าเปลือกตาน้องไบลท์ เป็นส่วนที่บางเฉียบมากมาย จะขัดก็ขอให้เบาๆมือ เดี๋ยวจะมีเหตุการณ์เปลือกตาทะลุได้นะคะ ส่วนใครรักจะทาสี Acrylic หรือยาล้างเล็บแล้ว ไม่ชอบแล้วอยากจะลบด้วยน้ำยาล้างเล็บเนี่ย ก็ต้องระวังมืออีกเช่นกันค่ะ อย่าเอาสำลีจุ่มยาล้างเล็บแล้วเช็ดแบบน้ำนองหยดเป็นทางนะคะ เพราะน้ำยาล้างเล็บเป็น Acetone ที่รุนแรงมาก เช็ดไปเช็ดมา เปลือกตาจะหายไปเลยค่ะ เผลอๆความโค้งความมนของขอบตาก็จะบิดเบี้ยวไปด้วย อยากจะแนะนำให้เช็ดบางๆ เป่าๆ ทีละนิดค่ะ แบบใจเย็น อันไหนใช้กระดาษทรายขัดออกได้โดยไม่โดนเนื้อพลาสติก (เช่นยาทาเล็บหรือสี Acrylic ที่หนาๆ) เราก็ขัดๆออกก่อนได้ค่ะ จนมันบางถึงเนื้อพลาสติกแล้ว ถึงค่อยเช็ดเอานิดๆ
ทำสำเร็จสวยงามยังไง ถ่ายรูปมาอวดกันบ้างเน่อ ^___^
เอาล่ะค่ะ ตามที่หลายๆคนต้องนั่งรอแล้วรออีกเป็นเดือนๆ T_T
ในที่สุดก็พอมีเวลาแล้วค่ะ (ปล. มีเวลาที่ว่านี่คืิอมีเวลาอัพ tutorial นะคะ ยังคงไม่รับคัสตอมเหมือนเดิมค่ะ)
ต้องขอบคุณนะคะที่มาช่วยๆกันตอบคำถามที่เพื่อนๆคนอื่นสงสัยให้ด้วย ^^;
ใครมีคำแนะนำอะไร หรือเทคนิคที่ต่างไป ก็เขียนแปะไว้เลยเน่อ
จะได้มีเทคนิคหลากหลายๆ หลังกลับมาจากญี่ปุ่น ต้องพาน้อง Rinna
น้อยมาเข้าสปาซะที อยู่โน่นพาไปโชว์ตัวมากจนเชือกดึงตาขาดเลยค่ะ
กลิ้งหลุนๆอยู่ที่ cafe Hana ^^;

(นอนรอเชือดหน้าห้องผ่าตัด)
เสียเวลามาหลายเดือนแล้ว เข้าเรื่องเลยนะคะ การทำตาหลับ ก็คือ ทำให้น้องไบลท์หลับตาค้างไว้ได้ค่ะ เหมาะสำหรับเอาไว้ถ่ายรูป หรือเอาไว้นอนกอด ^^; ตัวไหนหลับตาค้างได้นี่ สังเกตได้จากการที่ข้างหลังมีเชือก 2 เส้นนะคะ เส้นนึง จะเอาไว้เปลี่ยนตา อีกเส้นนึง เอาไว้ดึงให้ลืมตา เรื่องการทำตาหลับนี่ เป็นของไม่ยากค่ะ คิดว่าหลายๆคนก็คงจะพอรู้อยู่แล้ว ส่วนใครยังไม่รู้ หรือนึกภาพไม่ออก มาดูกันอีกทีช้าๆเลยดีกว่าค่ะ

เริ่มแรก มาทวนของเก่ากันก่อน การเปิดหัวค่ะ ตัวนี้เป็นรุ่นตาโตนะคะ RBL วิธีเปิดก็ง่ายๆค่ะ ไขน๊อต 3 ตัวที่หลังหัวออกมาโลด อ่านรายละเอียดเรื่องการเปิดหัว แกะตา แยกชิ้นผม ฯลฯ ได้ที่นี่ค่ะ

อย่าทำน๊อตหายนะคะ ^^; เสร็จแล้วก็เอามืออันทรงพลัง บีบตรงกกหูค่ะ ให้ดัง แก๊ก!!!! เป็นอันใช้ได้ ถ้าไม่มีแรง ให้แอบเอาไขควงงัดนิดๆได้ค่ะตรงรอยต่อ แต่ต้องระวังขอบหน้าเป็นรอยนะคะ

และแล้ว หน้าก็แยกกันออกมา พอดีว่าน้อง Rinna เคยผ่านการเย็บผมใหม่มาแล้ว (ดูวิธีเย็บผมแบบ Wefted Hair ได้ที่นี่จ้าา) เลยมีชิ้นหนังหัวที่แปะกาวเอาไว้ค่ะ พอไขน๊อตออกมาแล้ว เราก็ต้องเลาะขอบกาวเดิมนิดนึง ให้เปิดหน้าออกมาได้ค่ะ

เปิดออกมาแล้วก็จะเห็นกลไกลูกกะตาดังภาพค่ะ สยองมิใช่น้อย ดูดีๆจะเห็นว่า มีเชือกผูกอยู่ 2 จุด ซึ่งจุดบนยังอยู่ครบดี จุดล่างนี่ล่ะค่ะ ที่ขาดไป (โดนดึงบ่อยจัด) แต่ทุกอย่างซ่อมได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ^^ ใครเชือกขาดไป อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปนะคะ

มองกันมุมนี้ จะเห็นว่า เชือกเส้นที่ยังไม่ขาดนี่ ผูกอยู่กับที่ๆมีสปริงเก่า ซึ่งเราได้เลาะเอาสปริงออกมาแล้ว ตั้งแต่การเปิดหัวครั้งที่แล้วค่ะ

เชือกที่ผูกตรงตำแหน่งสปริงนี้ คือเชือกเส้นที่ไม่ได้มาจากโรงงานค่ะ เดิมทีเนี่ย ตรงนี้จะเป็นสปริงที่เกี่ยวกับเชือกอีกเส้นนึง ให้เวลาดึงตา ใช้เชือกเพียงเส้นเดียว พอดึงปั๊บ ตามันก็จะลืมโดยอัตโนมัติ แต่เมือเราเอาสปริงออกแล้ว เราต้องดึง 2 จังหวะคือ ดึงครั้งนึง ตาหลับลงมาและเปลี่ยนตา ดึกอีกครั้งนึง ลืมตา เชือกเส้นนี้คือตำแหน่งดึงให้ลืมตาค่ะ (ใครจะเอาสปริงเก็บไว้หรือเอาออกไปเลยก็ได้นะคะ ไม่ได้ใช้ละ)

รู้ตำแหน่งแล้ว ก็เอาเชือกร้อยเข้าไปผูกโลดค่ะ พอผูกแล้ว ก็ร้อยเชือกต่อมาทางชิ้นหลังหัว ผ่านช่องเล็กๆเหลี่ยมๆ ออกมาผูกกับ Pull Ring ให้สวยงามตามชอบ

ผูกตำแหน่งลืมตากันไปแล้ว มาดูอีกจุดนึงค่ะ นั่งคือตำแหน่งเปลี่ยนตาและหลับตาในการดึงครั้งเดียวกัน จากภาพจะเห็นว่ามีเชือกกุดๆร้อยอยู่ มันคือเชือกของเก่าที่โดนทำขาดไว้นั่นเอง -0-

ได้ตำแหน่งแล้วก็เอาเข็มร้อยเชือกเข้าไปเลยค่ะ แล้วก็ผูกให้เรียบร้อย พอผูกแน่นหนาดีแล้ว มีเทคนิคนิดนึงค่ะ ว่าให้เอากาวตาช้าง หยดตรงปมของเชือก ปมจะได้แข็ง และไม่คลายออกมา ถ้าขืนคลายละก็นะ มีหวังได้เลาะหัวกันใหม่ ผูกกันใหม่ล่ะค่ะ เอิ๊กๆ ทีนี้ มันจะเละหรือไม่เละ ก็ตอนหยอดกาวนี่ล่ะค่ะ เพราะกาวมันจะซึมผ่านเชือก ไปแปะตรงโน้นตรงนี้ อันนี้ก็แล้วแต่เทคนิคและความเนี๊ยบของแต่ละคนค่ะ ว่าทำยังไงก็ได้ ให้ระวังกาวไปโดนส่วนสำคัญอื่นๆก็พอ

เอาล่ะ ได้เชือกเส้นที่ 2 แล้ว เราก็ร้อยผ่านชิ้นหลังหัวเช่นเดิมค่ะ ออกมาทางคนละรูกับรูแรก รูไหนก็ได้ แต่เราเอารูปกลมๆที่เชือกเดิมมันร้อยผ่านไว้อะค่ะ
พอเสร็จขั้นตอนนี้ จะประกอบหัวกลับเลยก็ได้นะคะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถ้าใครไม่แน่ใจ ก่อนประกอบกลับ ลองดึงเชือกดูทั้งๆหัวเปิดก็ได้ค่ะ ว่าตาเปลี่ยนเรียบร้อยดีมั๊ย ลืมตาดีมั๊ย บางคนทำแล้ว เปลือกตามันจะชอบตกๆ อันนี้ต้องหา PullRing ที่ไม่เบาจนเกินไปอะค่ะ เพราะของเดิม เปลือกตาถูกคล้องไว้ด้วยสปริง ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็จะถูกดึงให้ลืมตาอยู่ตลอด แต่คราวนี้ ไม่มีอะไรไปดึงมัน มันก็จะตกลงมา ถ้า PullRing ที่แขวนเชือกเส้นลืมตามันหนักซักหน่อย ตามันก็จะลืมได้เยอะเองล่ะค่ะ
ไหนๆก็เปิดหัวแล้ว ขอแถมเทคนิคอีกอันนึงให้ค่ะ นั่นก็คือ
การปรับระดับสายตาของน้องไบลท์

เคยเห็นใช่มั๊ยคะ ที่น้องไบลท์ของบางคน เค้ามองขึ้นด้านบนมากกว่าปกติ อันนี้บอกไว้เป็นทางเลือกนะคะ แล้วแต่ว่าใครชอบหรือไม่ชอบแบบไหน สำหรับคนที่สนใจทำให้น้องมองขึ้นด้านบนมากขึ้นเนี่ย กลไกของมัน อยู่ที่ชิ้นพลาสติกเล็กๆในหัวชิ้นเดียวเองค่ะ

เห็นน๊อตที่อยู่ใกล้ๆเข็มมั๊ยคะ ชิ้นนั่นล่ะค่ะ เอาไขควงไขออกมาโลด

หลักการของมันก็คือ ความยาวของก้านพลาสติกขาวๆนี่ล่ะค่ะ ความยาวปกติของมัน จะดันให้ตามองตรงธรรมดา เหมือนน้องไบลท์ที่แกะจากกล่องทั่วไป แต่ถ้ายิ่งก้านพลาสติกสีขาวนี่สั้นขึ้น ตาก็จะยิ่งมองขึ้นด้านบนมากขึ้น เราก็ใช้คัตเตอร์ตัดเอาตามชอบค่ะ แต่ต้องระวังนิดนึงว่า ถ้าสั้นเกินไป จะกลายเป็นตาเหลือกได้ -0-ระยะที่เราแนะนำก็คือประมาณ 1-2 มิลค่ะ ตัดทีละนิดๆดีกว่าตัดทีเดียวเยอะๆ เพราะถ้ามองขึ้นไม่พอ เราก็ปรับได้ แต่ถ้าเหลือกไปแล้วก็ ตัวใครตัวมันค่ะ อิอิ

ลองเทียบระดับสายตาของน้อง 2 คนนี้ดูค่ะ ขวามือคือระดับสายตาแบบดั้งเดิม ซ้ายมือคือที่เราได้แก้แล้ว

เสร็จแล้วก็ประกอบน้องกลับเข้าตามเดิมก็เป็นอันเสร็จพิธีค่ะ ตอนแกะหัวออกมีเสียง แก๊ก! ฉันท์ใด การประกอบกลับก็ต้องประกบหน้าเข้าด้วยกันให้มีเสียง แก๊ก! ฉันท์นั้นค่ะไม่ยากใช่มั๊ยคะ ขอให้ระวังมากๆตรงเรื่องกาวตราช้าง ที่หยดลงตรงปมเชือกละกัน เพราะเวลาเลอะแล้วมันจะแปะโน่นแปะนี่ไปหมด
ขอเสริมนิดนึงว่า วิธีที่คุณปออธิบายเรื่องทำตาหลับ หลักการก็เหมือนกันเปี๊ยบเลยค่ะ สำหรับใครที่ไม่อยากเปิดหัวน้องออกมา ก็ใช้ปลายปากคีบอันเล็กๆแยงๆต้องช่องหัว เอาเชือกร้อยตรงสปริงเอาก็ได้นะคะ
เอาล่ะค่ะ ลองทำดูนะคะ ใครมีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติม หรือมีคำถามก็แปะๆไว้เลยค่า ขอบคุณที่ติดตาม ^^

ขออภัยค่ะ พอดีลืมไปว่าโพส entry นี้ใน exteen แล้วไม่ได้โพสในเว็บหลักนี้ -0- เลยเอามาแปะไว้ เผื่อใครยังไม่ได้ดูกันนะคะ
ขออภัยในความไม่สะดวก ถ้า Entry นี้ จะมีศัพท์เทคนิคมากมาย แต่จะพยายามอธิบายไว้ ให้อ่านกันง่ายๆนะคะ

^^ ทำไบลธ์ตัวใหม่มาอวดค่ะ ตื่นเต้น ตัวนี้ทำหลังจากมีเวลา หายใจหายคอ เมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา สาวน้อยคนใหม่นี้ เราตั้งใจทำให้เป็น Avatar ของตัวเองอะค่ะ เป็น concept เดียวกับ RinnaTheCat ในภาพ illustration และ painting อื่นๆของเรา จริงๆแล้ว ก็อยากได้ไบลธ์ ผมสีชมพูมานานแล้วค่ะ ปีที่แล้วกลับจากญี่ปุ่น วันที่ 5 (เงินหมด) แล้วเค้ามีให้ไปเข้าคิวจองซื้อ Peach (* Prima Dolly Peach ไบลธ์ผมสีชมพูรุ่นหายาก ที่ตอนผลิตออกมาราคา 2000+ แต่คนเอาไปซื้อขายกันต่อ จนราคาอัพเป็นหมื่นๆ) ในวันที่ 7 เจ็บใจ T_T ไม่ง๊อ ทำเองก็ได้ งุงิ
ตัวนี้กะว่า จะเป็นไบลธ์พกพาส่วนตัวของเรา สำหรับพาไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆด้วย จริงตัวที่ทำมาก่อนหน้านี้ ก็มีนะคะ แต่มันเป็นโมแฮร์ (*มันคือผมที่เป็นเส้นใยขนสัตว์ ซึ่ง บอบบางมากๆ ถ้าเรากดอัดบี้มัน มันจะติด เป็นก้อนๆ เป็นปึกๆ หมดสภาพไปทันทีทันใด) ขืนพกไปไหนต่อไหนด้วย กลับบ้านมา หัวคงเละไปหมด
RinnaTheCat ตัวนี้เรา Root (*ก็คือการ เลาะหนังหัวออกมา เย็บผมให้ตุ๊กตาอะค่ะ) ผมแบบ Wefted Saran Hair (* ผมแบบ เส้นใยสังเคราะห์ เหยียดตรงแน๋ว ที่เค้าเย็บมา เป็นแผงๆแล้ว) ใช้ผมหลายสีผสมกันค่ะ โดยใช้สีหลักเป็นสีชมพู ตอนที่รูทเสร็จออกมาใหม่ๆ มันจะผมตรง แล้วเราก็เอาไปดัดต่อ จนมันหยักศก อย่างที่เห็นละค่ะ
อวดรูปกันก่อนนะคะ *-* ช่วงหลังๆมานี้ เราติดนิสัย เขียนอะไรทีละยาวๆ กลัวจะเบื่อกันน่ะค่ะ ^^; ดูรูปก่อนละกัน จะได้เบาๆ แหะๆ แต่ถ้าใครสนใจวิธีคัสตอมแบบง่ายๆ เราเขียนต่อไว้ข้างล่างนะคะ
เสื้อผ้าในรูป ซื้อมาค่ะ จาก Sugar Mag ไม่ได้เย็บเองแต่อย่างใด แต่มือแมวน่ะ ถักเองกะมือเลยค่ะ *-* จริงๆต้องถักหูด้วย แต่หมดพลัง พอตุ๊กตาเสร็จ ก็นั่งจ้องมันทั้งวัน แล้วก็อยากถ่ายรูปขึ้นมาซะงั้น แหะๆ ไว้มีเวลาจะถักเพิ่มค่ะ ตุ๊กตาแมวที่หน้าตาคุ้นๆข้างๆ เป็นตัวประกอบ จากการ์ตูนของ Ghibli จำกันได้มะคะ ว่าเรื่องไหน อิอิ

อันนี้ตาตรง สีน้ำตาล ไล่สี

ตาสีเหลือง *-* จะได้ดูเป็นแมวยิ่งขึ้น

ถ่ายกับเพื่อนๆแมวทั้งหลาย *-*

ถ้าดูให้ดี ตาเป็นเหมือนตาแมวด้วยน๊าาา~*
——————————————————————————
เอาล่ะ มาคัสตอมกันดีกว่าค่ะ
การเย็บผมอย่างง่าย Wefted Saran Hair Rooting
อุปกรณ์ที่ต้องมี ก็คือ
1. Sculp ชิ้นหนังหัวของมันค่ะ หน้าตาแบบนี้ ซื้อได้จากคูลแคทค่ะ

2. ผมที่จะรูท

ผมแบบ Wefted Saran Hair ที่ซื้อมาจาก Cool Cat จริงๆแล้วซื้อจาก PUPAPA จะได้ผมที่ยาวกว่า ราคาถูกกว่าค่ะ แต่พอดี มันไม่มีสีที่เราต้องการ รอบนี้เลยซื้อจากคูลแคท ใช้ประมาณ 1แพคครึ่ง - 2 แพค แล้วแต่ว่าอยากให้ผมหนาบาง มากน้อยแค่ไหน
3. สีอคริลิค สีเดียวกับผมส่วนใหญ่ที่จะใช้ เราจะเอา Sculp มาทาสีค่ะ เช่นเราจะเย็บผมสีชมพูเป็นหลัก ก็เอาสี อคริลิคสีชมพู เพ้น sculp ให้ทั่ว
4. เข็ม กะ ด้ายที่สีเข้ากับผม

วิธีเย็บ ก็ง่ายๆค่ะ เราเย็บวนๆเป็นก้นหอย(มรณะ) รอบชิ้นกะโหลกของมันมาเรื่อยๆ จากล่างสุด จนเหลือรูโหว่เล็กๆตรงกลาง เสร็จแล้ว เราก็เอาอะไรก็ได้ เจาะชิ้น Sculp ให้เป็นรู ตรงส่วนที่เหลืออยู่อะค่ะ จะวนซ้ายวนขวา แล้วแต่ความถนัดจ้ะ

นี่งัย เหลือที่ไว้ให้เจาะรูนิดนึง

เนี่ยอะค่ะ เจาะรูลงไปโลด จากนั้น เราก็เอาผมที่เหลืออยู่ ยาวประมาณ 5 cm มาพันๆ ให้เป็นแท่งกลมๆ ดังภาพ ที่พันๆเนี่ย เราเตรียม จะยัดมันลงรู ที่เราเจาะไว้อะค่ะ ขนาดอาจจะปรับเปลี่ยนได้ ตามแต่ขนาดรูที่เราเจาะนะคะ

ได้แล้ว ก็ยัดเลยจ้ะ

รูปนี้ เหมือนดอกไม้ทะเลมาก เอิ๊กๆ ^^; พอยัดผมเข้าไปตรงกลางแล้ว ก็ดึงๆ จัดแต่งให้สวยงามค่ะ แล้วก็เอากาวตรงช้าง หยอดมันเข้าไปเลย ระวังกาวจะไหลย้อน ออกนอกรู ไปถึงผมข้างนอกนะคะ หยอดแต่พองามอะจ้ะ ให้ปอยนี้ มันติดอยู่กับ Sculp เวลาดึงผมจะได้ไม่หลุดตามออกมา
รูปนี้ จะเห็นความถี่ ที่เราเย็บผมไว้นะคะ ว่าหลายรอบอยู่ แต่จริงๆ เราพลาดไปหน่อย คือเย็บถี่เกินไป ทำให้เราใช้ผมไปเยอะเกิน จริงๆประมาณแพคครึ่ง กะลังสวย เพราะจะจัดแต่งทรงได้ง่ายกว่า แต่นี่เราพลาด เย็บไปจนใช้ 2 แพคครึ่ง ตอนมาัจัดแต่งทรง ค่อนข้างต้องแก้ปัญหาเยอะเหมือนกันค่ะ

ขั้นนี้ เรากลับผมออกมาปั๊บ ก็จะได้ผมที่รูทแล้ว ทรงน้ำพุโด่เด่ ตอนนี้ ก็ให้เอาผ้าขนหนูชุบน้ำ ให้หมาดค่ะ อย่าแห้งเกินไปนะคะ เปียกพอประมาณ เอาผ้าดังกล่าวมา คลุมหัวมันลงไปเลยค่ะ เสร็จแล้ว เราก็ใ้ช้ เตารีด!! ปรับไฟ สำหรับรีดผ้าไนล่อนนะคะ อย่าให้ร้อนเกิน เอาเตารีด นาบลงไป บนผ้าขนหนูที่คลุมผมไว้ค่ะ มันจะมีไอน้ำ ฟู่ๆขึ้นมานิดนึง อย่ารีดจนผ้าแห้งนะคะ รีดนิดๆหน่อยพอ แล้วลองเปิดผ้ามาดู ว่าผมมันลู่ เรียบเป็นทรง แล้วรึยัง
สุดท้ายแล้ว มันควรจะออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

ไม่ยากใช่มั๊ยคะ ^^; ไว้ว่างๆ เราจะมาอธิบายวิธีการชำแหละ ตัวตุ๊กตาอย่างง่ายนะคะ ถ่ายรูปเตรียมไว้แล้วล่ะ อิิอิ
ตบท้ายด้วยรูปน้อง RinnaTheCat อีกที *-* ยังปลื้มไม่หาย ><~
